เมนู

 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้22
mod_vvisit_counterเมื่อวาน13
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้114
mod_vvisit_counterสัปดาห์ที่แล้ว103
mod_vvisit_counterเดือนนี้234
mod_vvisit_counterเดือนที่แล้ว480
mod_vvisit_counterทั้งหมด293812

 

 1. การตรวจเช็กร่างกาย
เป็นการเตรียมพร้อมร่างกายก่อนการอยู่ไฟโดยจะมีการตรวจเช็กอาการภายนอกและอาการภายในรวมถึงการซักประวัติโรคประจำตัว ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย ตรวจวัดความดันโลหิตว่าอยู่ในสภาวะปกติหรือไม่


2. การอาบน้ำสมุนไพร
การอาบน้ำจะประกอบไปด้วยสมุนไพรสดมากมาย เช่น ขมิ้น ไพล มะกรูด ตระไคร้ ใบมะขาม ใบส้มเสี้ยว ใบส้มป่อย ความอุ่นของน้ำสมุนไพรจะช่วยให้รูขมขนเปิดนับเป็นขั้นตอนการเปิดผิวเพื่อให้สมุนไพร สามารถซึมผ่านเข้าสู่ใต้ผิวหนัง คุณแม่จะรู้สึกสดชื่น อีกทั้งยังช่วยดับกลิ่นน้ำคาวปลา และช่วยขจัดสิ่งสกปรกตามร่างกาย

 

3. การนึ่งหม้อเกลือ
เป็นการใช้ความร้อนจากหม้อเกลือผ่านผิวหนังไปทีละชิ้น เพื่อให้มดลูกแห้งและเข้าอู่เร็วขึ้น ช่วยในการขับน้ำคาวปลา และในขณะเดียวกันก็ขับของเสียออกตามรูขมขนช่วยสลายไขมันส่วนเกินและช่วยลดสัดส่วนอุ้งเชิงกรานที่กว้างให้กลับเข้าที่อีกทั้งการคลึงหม้อเกลือตามร่างกายยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้

 

4. การประคบหน้าท้องด้วยใบพลับพลึงสด
จะช่วยลดอาการบวมอักเสบตามร่างกายได้ซึ่งในสมัยโบราณเชื่อกันว่าในใบพลับพลึงสดมีตัวยาที่จะช่วยสลายเซลล์ลูไลท์และช่วยลดไขมันส่วนเกินได้อีกด้วย

 

5. การทายานึ่งหน้าท้องให้ยุบ
เป็นตำหรับยาโบราณที่มีมานานกว่า 100 ปี เป็นการนำเอาสมุนไพรที่มีรสร้อนกว่า 10 ชนิดมาบดรวมกันแล้วใช้ร่วมกับน้ำกระสายยาทาบริเวณหน้าท้องก่อนที่จะนึ่หม้อเกลือและประคบอิฐ(ซึ่งในตัวสมุนไพรที่มีรสร้อนนี้จะไปทำหน้าที่เพิ่มความอบอุ่นเข้าสู่ร่างกายและช่วยเผาผล่านไขมันส่วนเกินจึงช่วยให้หน้าท้องยุบตัวค่ะ)

 

6. การประคบอิฐ
เป็นการดึงน้ำส่วนเกินที่สะสมจากร่างกายให้ระเหยออกมาโดยการผ่านความ้อนจากอิฐช่วยให้น้ำคาวปลาเดินสะดวกลดอาการอักเสบของมดลูกและลดอาการบวมน้ำอีกทั้งยังช่วยเสริมในส่วนที่เป็นแนวระนาบที่การนึ่งหม้อเกลือเขาไปไม่ถึงเพื่อทุกส่วนของร่างกายจะได้ระบายนำส่วนเกินออกมา

 

7. การนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วนของร่างกายเพื่อลดการแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อจากการอุ้มท้องนานถึง 9 เดือนของคุณแม่ อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้เดินสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วย

 

8. การนวดหน้ากดจุด
เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้ากระตุ้นให้เซลล์ต่างๆใต้ผิวหนังเกิดการตื่นตัว

 

9. การนวดศรีษะคลายเคลียด
เป็นการนวดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณต้นคอ ไหล่ บ่า และฐานกะโหลก

 

10. การนวดดึงผม
เป็นการนวดให้รูขมขนบริเวณศรีษะเปิดเพื่อขับของเสียออก ทั้งนี้เป็นการ ช่วยลดอาการปวดศรีษะและไมเกรน

 

11. การนวดเข้าตะเกียบหรือสมัยโบราณเรียกว่า การเหยียบสะโพก
เป็นลักษณะการนวดเฉพาะด้านเพื่อกระตุ้นปลายประสาทสัมผัสบริเวณสะโพกให้หดตัวกระชับสะโพกให้เข้าที่ไม่ผายออกมามากเกินควรซึ่งการนวดเข้าตะเกียบต้องทำกับผู้ที่เชี่ยวชาญเท่านั้นค่ะเพราะเป็นศาสร์ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณไม่มีในหลักสูตรการเรียนการสอน ซึ่งจะนวดตอนนวดน้ำมันและตอนนึ่งหม้อเกลือ

 

12. การนวดสลายเซลลูไลท์
เป็นการนวดลักษณะเฉพาะด้านบริเวณต้นแขน ต้นขา สะโพกและบริเวณส่วนต่างๆของร่างกายที่มีการก่อตัวในลักษณะของผิวส้มเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ เป็นการนวดผสมผสานกันระหว่างการนวดตัว

 

13. การนั่งอิฐ-นั่งถ่าน(สำหรับคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติเท่านั้น)
เป็นการช่วยสมานแผลบริเวณฝีเย็บให้หายและแห้งสนิทไวยิ่งขึ้นซึ่งประกบไปด้วยสมุนไพรและว่านต่างๆหลายชนิดเช่นเหง้าว่านน้ำ เหง่าว่านนางคำ เหง้าขมิ้น เหง้าไพล โดยจะใช้การเผาไหม้สมุนไพรให้เกิดควันอุ่นๆมากระทบบริเวณฝีเย็บ

 

14. การประคบหน้าอก
เป็นการประคบบเวณต่อมท่อน้ำนมเพื่อกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นอีกทั้งเป็นการกระชับทรวงอกไม่ให้หย่อนคล้อย

 

15. การประคบตัวด้วยสมุนไพรสด
ประคบตามบริเณกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย เพื่อลดอาการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อจากการอุ้มท้อง ซึ่งประกอบด้วยสมุนไพรสดนานาชนิดมากกว่า 20 ชนิด

 

16. การรมตา
เป็นการอังดวงตาด้วยสมุนไพรก่อนเข้ากระโจมอบสมุนไพรซึ่งตัวสมุนไพรจะช่วยบำรุงสายตาและระบบประสาทส่วนบนช่วยให้ดวงตาสดใสยืดอายุการใช้งานของดวงตาลดอาการตาพร่ามัวและช่วยลดอาการตาฝ้าฟางได้ในยามที่เราอายุมากขึ้น เนื่องจากมีส่วนประกอบสำคัญของผักบุ้งสด

 

17. การเข้ากระโจมอบตัวด้วยสมุนไพรสด
เป็นการขับของเสียออกจากร่างกายทางเหงื่อไอความร้อนของสมุนไพรจะช่วยให้รูมขุมขนเปิดออกและหลอดเลือดฝอยขยายตัว การหายใจจะสะดวกขึ้น การไหลเวียนโลหิตจะดีขึ้น กล้ามเนื้อจะผ่อนคลายและไขมันที่สะสมไว้ขณะตั้งครรภ์ก็จะลดลงด้วย อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นน้ำนมให้มามากขึ้นด้วย

 

18. การขัดคราบไคลและรอยด่างดำให้จางลง
เป็นขัดตามซอกคอ ขาหนีบ อันเกิดจากฮอร์โมนของร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์การขัดจะช่วยให้คราบเหล่านั้นหลุดออกได้เร็วกว่าการที่จะรอให้กลไกของร่างกายเป็นตัวขับเอง

 

19. การนวดกดจุดแนวขมับ
เป็นการนวดเปิดระบบประสาทส่วนบนให้มีการขยายตัวของหลอดเลือดเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตให้เดินได้สะดวก

 

20. การนวดกระตุ้นต่อมน้ำเหลือง
เป็นการนวดกระตุ้นให้ต่อมน้ำเหลืองทำงานให้ป็นปกติและผลในทางอ้อมยังช่วยให้น้ำนมมามากขึ้นด้วย

 

21. การขัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไป
เป็นการช่วยผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดออกไปเพื่อให้เซลล์เซลล์ผิวใหม่ได้เกดมาแทนที่ ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาสิวเรื้อรังและไขมันอุดตันบริเวณแผ่นหลังและหน้าอก ซึ่งสมุนไพรที่ใช้เป็นสมุนไพรสดผสมด้วยเกลือสะตุ (เกลือสะตุคือเกลือทะเลที่นำมาเผาไฟให้เหลือเฉพาะโครงสร้างของเกลือจึงมีสรรพคุณในการขัดคราบไคลและหนังกำพร้าที่ตายแล้วให้หลุดออกไปได้ในสมัยโบราณนิยมนำมาเข้าตัวยาเพื่อล้างคาบไคลในกระเพาะอาหารละลำไส้ โดยใช้ร่วมกับขั้นตอนการขัดคราบไคล)